หน้าแรก       เว็บบอร์ด
    ประวัติศาลหลักเมือง       ที่ปรึกษากิตติมศักดิ์
    วัตถุมงคลศาลหลักเมือง       มนต์คาถา
    คาถาพ่อ       ทำเนียบแขก
+++ จตุคามรามเทพ หลักเมืองนครศรีธรรมราช +++
วัตถุมงคลเช่าราคาพิเศษ
 พระบูชาองค์จตุคามรามเทพ
ข้อมูลวัตถุมงคลบางรุ่น
 หลักเมืองรุ่นพิเศษ (9 รอบ 9 พิธี 108 ปี ท่านขุนพันธ์)
 รุ่นบูรณะศาลหลักเมืองปี 2547
 วัตถุมงคลปี 30 - 34
 รุ่นสรงน้ำ
 พระผงสุริยัน - จันทรา รุ่น 2
 รุ่น มหาราช มหาบารมี (วัดใหญ่)
 บูรณะเจดีย์รายปี 2545(วัดพระมหาธาตุนครศรีธรรมราช)
 รุ่น 72 พรรษา
 รุ่นสองแผ่นดิน
 รุ่น สมบัติจักรพรรดิ์
ดูข้อมูลรุ่นอื่นๆ >>
สัพเพเหระ
  อ่านข่าว
 + ไทยรัฐ เดลินิวส์
 + คมชัดลึก ข่าวสด
 + แนวหน้า สยามธุรกิจ
 + มติชน Nation
 + ผู้จัดการ ไทยโพสต์
 + บ้านเมือง ESPN
 + โพสต์ทูเดย์ สยามรัฐ
 + INN CNN
 + บีอีซี
 + อินเตอร์ไทย นิวส์กูเกิ้ล
 + กรมประชาสัมพันธ์
 + กรุงเทพธุรกิจ
 + กรุงเทพทูเดย์
 + ไทยทาวน์ยูเอสเอ
 + บางกอกโพสต์
 + ฐานเศรษฐกิจ
 + ประชาชาติธุรกิจ
 + สยามสปอร์ต
คิกออฟ

  สถานนีโทรทัศน์
+  ช่อง 3 +  ช่อง 5
+  ช่อง 7 +  ช่อง 9
+  ช่อง 11 +  ITV
+  UBC +  TGN
+  IP-TV +  Nation

    

12. พิธีการเจิมยอดชัยหลักเมือง พิธีกรรมสำคัญยิ่งและถือเป็นมงคลสูงสุดคือ การทรงเจิมยอดชัยหลักเมือง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย (นายพิศาล มูลศาสตร์สาทร) นำคณะอันประกอบด้วยรองผู้ว่าราชการจังหวัด (นายอำนวย ไทยานนท์) รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (นายสัมพันธ์ ทองสมัคร) ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (นายกำจร สถิรกุล) เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (นายอนันต์ อนันตกูล) วุฒิสมาชิก(นายศิริชัย บุลกุล) พร้อมด้วยข้าราชการและประชาชนผู้ร่วมจัดสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท นำยอดชัยหลักเมืองเพื่อทรงเจิม ในวันที่ 3 สิงหาคม 2530 ยอดชัยหลักเมืองที่ทรงเจิมในวันนั้น นอกจากของจังหวัดนครศรีธรรมราชแล้ว ยังมีหลักเมืองจังหวัดชัยนาท และจังหวัดศรีสะเกษอีกด้วย นายสัมพันธ์ ทองสมัคร ได้บันทึกเหตุการณ์วันนั้นไว้ มีความตอนหนึ่งดังนี้

                        

" คราวนั้นคณะกรรมการสร้งหลักเมืองได้นำวัตถุมงคลที่สร้างขึ้นตามแบบแผนโบราณจำนวน 13 ชนิด พร้อมด้วยภาพถ่ายหลักเมืองน้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายในครั้งนั้นด้วย ผมเองเป็นกังวลใจมาก เพราะว่าผู้ซึ่งเตรียมไว้ว่าจะต้องทำหน้าที่กราบบังคมทูลคือท่านขุนพันธรักษ์ราชเดช เจ้าพิธีโดยตรง แต่ก่อนหน้าจะถึงกำหนดเข้าเฝ้าฯท่านขุนพันธ์ฯประสบเหตุตัวต่อต่อยเอาที่ใบหน้าอักเสบ ไม่สามารถจะเข้าเฝ้าฯ ได้จังหวัดโดยท่านรองฯ อำนวย ไทยานนท์ ได้ขอผมไปทำหน้าที่แทน ผมกังวลเพราะไม่ทราบเรื่องวัตถุมงคล 13 ชิ้นว่าเป็นอย่างไร

ท่านปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นผู้อ่านคำกราบบังคมทูล และได้กล่าวถึงมงคลที่ได้สร้างในพิธีกรรมสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราชด้วย เมื่อทรงพระสุหร่ายและทรงเจิมยอดเสาหลักเมืองเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทรงมีรับสั่งให้ตามเสด็จฯ ไปยังบริเวณที่วางวัตถุมงคลที่นำขึ้นทูลเกล้าฯ ทรงเริ่มทอดพระเนตรตั้งแต่ชิ้นแรก เป็นภาพถ่ายเสาหลักเมืองนครฯ ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า หลักเมืองกรุงเทพฯ คนนครฯ มาร่วมช่วยสร้างเหมือนกันเพราะเขาเข้าใจเรื่องการสร้างหลักเมือง มีเทวดาเหาะรอบ ๆ ยอดเสาหลักเมืองอยู่ 8 องค์ แต่หลักเมืองนครฯ ที่สร้างขึ้นครั้งนี้เทวดาไม่ได้เหาะ แต่แกะสลักไว้ที่ยอดเสาหลักเมืองให้เฝ้าทิศทั้งแปด จากนั้นได้ทอดพระเนตรวัตถุมงคลทุกชิ้นพร้อมกับทรงอธิบายให้ผมฟังถึงความเป็นมา และการใช้สอยเกี่ยวกับของแต่ละชิ้นได้อย่างลึกซึ้ง ประหนึ่งทรงอยู่ในเหตุการณ์ด้วย เป็นที่น่าอัศจรรย์ใจในพระปรีชาญาณยิ่งนัก

จนกระทั่งถึงชิ้นที่ 13 เป็นขี้ผึ้งที่บรรจุในภาชนะรูปคล้ายผอมทำด้วยถมทองขนาดไม่โตนัก ผมเองประหวั่นว่าจะมีรับสั่งถามเกรงว่าจะกราบบังคมทูลไม่ถูกเพราะไม่ทราบคำราชาศัพท์ของคำว่า "ขี้ผึ้ง" แล้วก็ทรงมีพระกระแสรับสั่งถามพร้อมทรงชี้ไปที่ผอบว่า "นี่อะไร" ผมกราบทูลว่า "เป็นถมทอง ศิลปะดั้งเดิมของชาวนครศรีธรรมราช" ทรงมีพระราชกระแสว่า "ถมทองของเมืองนครฯ นี่เรารู้จัก เราใช้อยู่ ข้างในเป็นอะไร" ผมกราบบังคมทูลว่า "ข้าพระพุทธเจ้าไม่ทราบคำราชาศัพท์ แต่ชาวบ้านเรียกว่า ขี้ผึ้ง พระพุทธเจ้าข้า" ทรงมีพระราชกระแสรับสั่งว่า "สีผึ้ง สมัยโบราณคนเมืองนคร หรือชาวศรีวิชัย เมื่อจะไปเจรจาเรื่องสำคัญกับใคร จะใช้สีผึ้งสีริมฝาปากแล้วไปเจรจา" นี่ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งที่ได้เป็นที่ประจักษ์ว่าทรงมีพระปรีชาญาณรอบรู้จริงเพราะจากเอกสารที่ฝ่ายพิธีกรรมสร้างหลักเมืองทำขึ้น ก็ได้กล่าวถึงเรื่องขี้ผึ้งในลักษณะตามที่ทรงมีพระกระแสรับสั่งทุกประการ

13.พิธีแห่ยอดชัยหลักเมือง กระทำวันที่ 4 สิงหาคม 2530 เป็นการต้อรับยอดชัยหลักเมืองซึ่งคณะโดยการนำของรองผู้ว่าราชการจังหวัด(นายอำนวย ไทยานนท์) นำมาจากกรุงเทพมหานคร โดยแห่จากสนามบินกองทัพภาคที่ 4 มายังสนามหน้าเมือง มีขบวนช้างศึก ม้าศึกและประชาชนจำนวนมาก

14.พิธีอัญเชิญหลักเมืองขึ้นสู่ศาลถาวร โดยผู้ว่าราชการจังหวัด(นายนิพนธ์ บุญญภัทโร) เป็นประธาน

15.พิธีสวมยอดชัยหลักเมือง เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2531 โดยพลเอกสุจินดา คราประยูร (รองผู้บัญชาการทหารบก - ตำแหน่งในสมัยนั้น) เป็นประธาน

16.พิธีเททองปลียอดศาลหลักเมืองและศาลบริวาร เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2541 โดยมี ฯพณฯ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีในขณะนั้น เป็นประธานในพิธี วัตถุมงคลของหลักเมืองนครศรีธรรมราช

ดังที่ทราบแล้วว่าในกระบวนการของการสร้างหลักเมืองนครศรีธรรมราช ได้มีพิธีกรรมต่างกรรมต่างวาระหลายครั้ง ในทำนองเดียวกันได้มีการทำวัตถุมงคลออกแจกจ่ายและให้เช่าบูชาหลายชนิด ซึ่งล้วนแล้วแต่ผ่านการทำพิธีผ่านร่างประทับทรงทั้งสิ้น เท่าที่มีผู้จดจำได้มีดังนี้

1. เศียรองค์จตุคามรามเทพ หรือเทวดารักษาเมือง เป็นวัตถุมงคลชิ้นแรกที่ทำออกแจกจ่ายเป็นการจำลองเศียรจากบานประตูไม้จำหลักตรงบันไดทางขึ้นลานประทักษิณองค์พระบรมธาตุเจดีย์ ขนาดเกือบเท่าองค์จริง ได้รับคำอธิบายว่าเป็นร่างแปลงธรรมขององค์จตุคามรามเทพปฐมกษัตริย์ผู้สถาปนาเมืองสิบสองนักษัตรหรือเป็นเทวดารักษาเมืองนั่นเอง

2. ผ้ายันต์ใหญ่ 108 ผืน ผ้ายันต์เล็ก 3,000 ผืน กระทำในพิธีเทพชุมนุมตัดชัยเมื่อวันที่ 16 มกราคม 2529

3. ธงและผ้ายันต์ มีหลายรุ่น หลายสี หลายขนาด ผ้ายันต์เหล่านี้ส่วนใหญ่เป็นรูปดวงตราวัฏจักรสิบสองนักษัตร รายล้อมด้วยราหูแปดทิศ

4. ขี้ผึ้งศรีวิชัย เป็นขี้ผึ้งทำด้วยมวลสารและกรรมวิธีเฉพาะของศรีวิชัย บรรจุในตลับถมแบบนครศรีธรรมราชแท้ ใช้เป็นวัตถุมงคลสีริมฝีปากก่อนออกไปเจรจาความใดๆ

5.พระผงหลักเมือง ทำจากผงไม้ตะเคียนทองจากการแกะสลักหลักเมืองผสมมวลสารต่าง ๆ อีกรวม 12 ชนิด ลักษณะเป็นรูปกลมแบน มีสองขนาด คือ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 นิ้ว และอีกขนาดหนึ่งเส้นผ่าศูนย์กลาง 1.5 นิ้ว ทั้งสอง ขนาดหนาประมาณหนึ่งหุนครึ่ง มีสี่แบบ คือแบบ ตั้งฟ้าตั้งดิน แบบประทานพร แบบนั่งเมือง และแบบพุทธ เมตตา มีสามสี คือสีดำ สีน้ำตาลและสีขาว ด้านหน้า
หน้า [1][2][3][4] [5][6][7][8][9][10]  
www.muaythai2000.com
เว็บไซด์จะสามารถรับชมได้อย่างสวยงามในความละเอียดหน้าจอ 1024x768 pixel
Copyright©2003 Sport Forum Co.,Ltd. All rights reserved.
แหล่งรวมข้อมูลเกี่ยวกับพระเครื่องสายจตุคามรามเทพ หลักเมืองนครศรีธรรมราช
ศูนย์พระเครื่องจตุคาม 179/3 ซ.ลาดพร้าว71 ถ.ลาดพร้าว แขวงวังทองหลาง เขตวังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310
Tel: 0-2932-4336,0-2932-4166 Fax : 0-2932-4336 หรือ 0-2932-4166 กด3